คำว่า ครบทุกค่าย 555D ตอนแรกผมก็คิดเหมือนหลายคนว่าแค่มีเกมให้เลือกเยอะก็น่าจะพอ แต่พอลองเปิดดูจริง ๆ สิ่งที่เห็นชัดกว่าจำนวนเกมคือแต่ละค่ายมีบุคลิกของตัวเองค่อนข้างต่างกัน บางค่ายเน้นภาพเรียบและจังหวะตรงไปตรงมา ขณะที่บางค่ายใส่ฟีเจอร์เยอะจนต้องใช้เวลาทำความเข้าใจก่อนเล่น จุดนี้ทำให้การเลือกจากชื่อค่ายอย่างเดียวอาจยังไม่พอ
ช่วงแรกผมลองสลับดูหลายค่ายแบบไม่ได้ตั้งใจจะหาเกมยอดนิยม แต่ดูว่าค่ายไหนให้ประสบการณ์แบบไหนมากกว่า สิ่งที่เจอคือบางค่ายออกแบบหน้าตาเกมให้เข้าใจได้เร็วตั้งแต่ไม่กี่รอบแรก สัญลักษณ์ไม่ซับซ้อน และหน้าข้อมูลอ่านง่าย ส่วนอีกกลุ่มจะเน้นลูกเล่นเยอะ มีหลายชั้นของฟีเจอร์ ถ้าไม่เปิดกติกาก่อน มีโอกาสงงได้เหมือนกัน
สิ่งที่ผมชอบในการมีหลายค่ายอยู่ในที่เดียวคือมันช่วยให้เปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น สมมติผมอยากเล่นเกมธีมผจญภัย ก็ไม่ต้องยึดอยู่กับผู้พัฒนารายเดียว สามารถเปิดดูหลายค่ายแล้วเลือกจากงานภาพ เสียง หรือรูปแบบเกมที่ตรงกับรสนิยมมากกว่า วิธีนี้ทำให้ผมเริ่มสนใจ “สไตล์ของค่าย” มากกว่าแค่ชื่อเกมที่คนพูดถึงเยอะ
อีกจุดที่ผมสังเกตคือรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างตำแหน่งปุ่ม เสียง เอฟเฟกต์ และวิธีอธิบายฟีเจอร์มีผลกับความรู้สึกตอนใช้งานมากกว่าที่คิด บางเกมภาพสวยแต่เมนูเยอะจนผมหาส่วนข้อมูลไม่เจอ ขณะที่บางเกมดูธรรมดากว่าแต่กลับใช้งานสบายกว่า เพราะไม่ต้องเดาว่าแต่ละปุ่มทำอะไร
ผมเลยเปลี่ยนวิธีเลือกเกมใหม่ จากเดิมที่เลื่อนหาชื่อที่คุ้น มาเป็นเลือกค่ายหนึ่งแล้วลองดูหลายเกมในค่ายเดียวกันก่อน วิธีนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าผู้พัฒนาแต่ละรายมีแนวออกแบบประจำตัวแบบไหน และช่วยลดเวลาที่ต้องสุ่มเปิดเกมไปเรื่อย ๆ
ถ้าจะสรุปเรื่อง ครบทุกค่าย 555D จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมมองว่าประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่การมีรายชื่อเยอะที่สุด แต่อยู่ที่การมีตัวเลือกหลายสไตล์ให้เปรียบเทียบ ถ้าเราใช้เวลาสังเกตว่าแต่ละค่ายเด่นเรื่องอะไร แล้วเลือกจากความชอบของตัวเองจริงๆ การหาเกมที่เข้ากับสไตล์ก็จะง่ายกว่าการตามกระแสหรือเปิดเกมแบบสุ่มไปเรื่อยๆ